สรุปการประชุม “ผอ.สกว.พบประชาคมวิจัย ในพื้นที่ภาคตะวันออก จังหวัดระยอง-จันทบุรี”

การประชุม “ผอ.สกว.พบประชาคมวิจัย ในพื้นที่ภาคตะวันออก จังหวัดระยอง-จันทบุรี” จัดโดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ร่วมกับ สมาคมผู้ค้าอัญมณีและเครื่องประดับจันทบุรี นักวิจัยท้องถิ่นจังหวัดจันทบุรี และผู้ประกอบการด้านอัญมณีและเครื่องประดับที่เกี่ยวข้อง การประชุมดังกล่าวได้จัดขึ้นเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 24 พฤษภาคม 2561 เวลา 11.00-12.00 น. ณ ห้องประชุมชั้น 2 ศูนย์ส่งเสริมอัญมณีและเครื่องประดับจังหวัดจันทบุรี ซึ่งการประชุม

ในครั้งนี้นักวิจัยด้านอัญมณีและเครื่องประดับจากชุดโครงการการพัฒนาอุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดย่อมที่เคยได้รับการสนับสนุนทุนวิจัยจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย จะเป็นผู้นำเสนอโครงการวิจัยแก่ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัยทั้งที่กำลังดำเนินการอยู่และทั้งที่ได้ปิดโครงการแล้ว จำนวน 3 โครงการตามรายละเอียดดังต่อไปนี้

h
1.แนวทางการพัฒนาจังหวัดจันทบุรีไปสู่นครอัญมณีของโลก

  • ปีงบประมาณ 2560 (อยู่ระหว่างการดำเนินการ)
  • โดย ดร.สุรินทร์ อินทะยศ สังกัด คณะอัญมณี มหาวิทยาลัยบูรพา วิทยาเขตจันทบุรี
  • ผู้นำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ สมาคมผู้ค้าอัญมณีและเครื่องประดับจันทบุรี และหอการค้าจังหวัดจันทบุรี
  • ตัวแทนผู้นำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ คุณชายพงษ์ นิยมกิจ อุปนายกสมาคมผู้ค้าอัญมณีและเครื่องประดับจันทบุรี และรองประธานหอการค้าจังหวัดจันทบุรีฝ่ายบริหาร

2. การพัฒนารูปแบบผลิตภัณฑ์เครื่องประดับและของที่ระลึกจากผลิตภัณฑ์ทางทะเล

  • ปีงบประมาณ 2558 (ปิดโครงการแล้ว)

  • โดย ดร.สุรินทร์ อินทะยศ สังกัด คณะอัญมณี มหาวิทยาลัยบูรพา วิทยาเขตจันทบุรี

  • ผู้นำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์  องค์การบริหารส่วนตำบลโขมง อำเภอท่าใหม่  จังหวัดจันทบุรี          และกลุ่มศิลปะอาชีพเครื่องประดับตำบลโขมง อำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี

  • ตัวแทนผู้นำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์  นายกานต์ เรืองอ่อน  ประธานกลุ่มศิลปะอาชีพเครื่องประดับตำบลโขมง อำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี

3. การพัฒนารูปแบบผลิตภัณฑ์เครื่องประดับและของที่ระลึกจากผลิตภัณฑ์ทางทะเล

  • ปีงบประมาณ 2558 (ปิดโครงการแล้ว)
  • โดย ดร.สุรินทร์ อินทะยศ สังกัด คณะอัญมณี มหาวิทยาลัยบูรพา วิทยาเขตจันทบุรี
  • ผู้นำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ องค์การบริหารส่วนตำบลโขมง อำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี แล
  • กลุ่มศิลปะอาชีพเครื่องประดับตำบลโขมง อำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี
  • ตัวแทนผู้นำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ นายกานต์ เรืองอ่อน ประธานกลุ่มศิลปะอาชีพเครื่องประดับตำบลโขมง อำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี

4. การพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรมด้านการออกแบบและเทคโนโลยีการผลิตเครื่องประดับสำหรับวิสาหกิจชุมชนด้านอัญมณีและเครื่องประดับ กรณีศึกษา : จังหวัดจันทบุรี

  • ปีงบประมาณ 2557 (ปิดโครงการแล้ว)
  • โดย นางภัทรา ศรีสุโข สังกัด คณะอัญมณีศาสตร์และประยุกต์ศิลป์ มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี
  • ผู้นำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ บริษัท ดิแอปโซลูทแซปไฟร์
  • ตัวแทนผู้นำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ คุณวิยะดา บุญมานะ บริษัท ดิแอปโซลูทแซปไฟร์

รศ.ดร.จิรารัตน์ อนันตกูล ผู้ประสานงานชุดโครงการการพัฒนาอุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดย่อม ได้แจ้งแก่ที่ประชุมว่าสำนักประสานงานชุดโครงการการพัฒนาอุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดย่อมสนับสนุนโครงการวิจัยด้านอัญมณีและเครื่องประดับในพื้นที่จังหวัดจันทบุรีมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปีงบประมาณ 2557-2561 ปัจจุบันมีโครงการในพื้นที่ดังกล่าวรวม 9 เรื่อง (1 แผนงานวิจัย/ 8 โครงการเดี่ยว)ในจำนวนนี้มีโครงการวิสจัยที่ได้ดำเนินการปิดโครงการไปแล้วจำนวน 3 โครงการเดี่ยว และยังมีโครงการที่อยู่ระหว่างการดำเนินการจำนวน 6 เรื่อง (1 แผนงานวิจัย/ 5 โครงการเดี่ยว) และในการประชุมครั้งนี้จะมีการนำเสนอโครงการวิจัยด้านอัญมณีและเครื่องประดับจำนวนทั้งสิ้น 3 โครงการเดี่ยวตามรายละเอียดดังต่อไปนี้

h

จันทบุรีเป็นจังหวัดที่มีชื่อเสียงด้านอัญมณีและเครื่องประดับมาอย่างยาวนาน โดยมีมูลค่าการส่งออกสูงเป็นอันดับที่ 3 ของประเทศ โดยในปี 2560 มีมูลค่าการส่งออกกว่า 402,000 ล้านบาท โดยที่อุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับประกอบด้วย ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อมเป็นจำนวนมากมีการจ้างงานตลอดห่วงโซ่การผลิตนับล้านคนจากยอดการส่งรวมของอัญมณีและเครื่องประดับทั้งหมดสัดส่วนการส่งออกอัญมณีพลอยสีอยู่ที่ร้อยละ 9.34 หรือคิดเป็นมูลค่าประมาณ 40,000 ล้านบาท ซึ่งมีฐานการผลิตกว่าร้อยละ 70 อยู่ที่จังหวัดจันทบุรี จังหวัดจันทบุรีมีชื่อเสียงทางด้านการผลิตและการเจียระไนพลอยอีกทั้งยังเป็นผู้นำในด้านการเผาพลอยเพื่อเพิ่มมูลค่ามาอย่างยาวนานกว่า 60 ปี เนื่องจากใรอดีตมีแหล่งวัตถุดิบที่เป็นพลอยก้อนอยู้ในท้องถิ่นทั้งนจังหวัดจันทบุรี และจังหวัดตราด โดยอัญมณีที่มีชื่อเสียงของจังหวัดจันทบุรีได้แก่ทับทิมสยาม และบุษราคัมบางกะจะ ในปัจจุบันจังหวัดจันทบุรียังคงเป็นศูนย์กลางการผลิตที่มีความสำคัญทั้งนี้วัตถุดิบพลอยก้อนจะนำเข้าจากต่างประเทศเนื่องจากจันทบุรีมีบุคลากรที่เชี่ยวชาญตั้งแต่ต้นน้ำเช่นการเผา การเจียระไน ซึ่งนับว่าเป็นทักษะเฉพาะด้านที่ทำให้ประเทศไทยได้เปรียบทางการแข่งขันทำให้สามารถก้าวสู่การเป็นนครอัญมณีของโลกได้ แต่อย่างไรก็ตามจังหวัดจันทบุรียังคงขาดการสนับสนุนในระดับสากลจึงควรมีการส่งเสริมและพัฒนาอุตสาหกรรมต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำให้ครบวงจรตั้งแต่การจัดหาวัตถุดิบ การแปรรูปวัตถุดิบ การปรับปรุงคุณภาพ การเจียระไน การออกแบบเครื่องประดับ การพัฒนาบุคลากร ฝีมือแรงงาน การตลาด รวมถึงการสร้างความเชื่อมั่นในตัวสินค้าแก่ผู้บริโภค การรับประกันสินค้า การสร้างตลาดค้าพลอยมาตรฐานและการสร้างภาพลักษณ์นครอัญมณี โดยอาจจะเชื่อมโยงกับการท่องเที่ยวเพื่อให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืน

h

ยุทธศาสตร์จันทบุรีเพื่อเป็นนครอัญมณีมีวัตถุประสงค์ของโครงการเพื่อพัฒนาจังหวัดจันทบุรีให้เป็นนครอัญมณีของโลกต่อยอดจากการเป็นศูนย์กลางการผลิตไปสู่ศูนย์กลางทางการค้าโดยดำเนินการผ่านกิจกรรมการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การสร้างมาตรฐานความเชื่อมั่นในตัวสินค้า การพัฒนาบุคลากร และส่งเสริมการสร้างภาพลักษณ์และการตลาด แต่อย่างไรก็ตามตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมาก็ยังไม่สามารถบรรลุถึงจุดประสงค์ที่ตั้งไว้ได้ ดังนั้นการศึกษาศักยภาพของจังหวัดจันทบุรีว่าสามารถพัฒนาให้เป็นนครแห่งอัญมณีได้หรือไม่ เพื่อสรุปเป็นข้อเสนอแนะเชิงนโยบายและแผนปฏิบัติการ เพื่อที่จะให้ผู้ที่เกี่ยวข้องใช้เป็นแนวทางในการกำหนดนโยบายและดำเนินงาน และเป็นระบบฐานข้อมูลสารสนเทศต่อไป โดยมีประเด็นยุทธศาสตร์ดังต่อไปนี้

  • ยกระดับการจัดการวัตถุดิบ ให้สอดคล้องกับความต้องการอัญมณีและเครื่องประดับในทุกระดับเนื่องจากในปัจจุบันต้องมีการนำเข้าพลอยก้อนจากต่างประเทศเป็นส่วนใหญ่ รวมถึงให้ความรู้ผู้ประกอบการด้านมาตรการภาษีที่ทางรัฐบาลให้การสนับสนุนเกี่ยวกับการนำเข้าวัตถุดิบ
  • การพัฒนาแรงงานฝีมือ และพัฒนามาตรฐานกระบวนการผลิต ยกระดับทักษะ และจัดอบรมบุคลากรทั้งระดับผู้ประกอบการ นักการตลาด นักออกแบบ และช่างฝีมือ และการจัดการผลิตภัณฑ์ด้านอัญมณีและเครื่องประดับด้วยการใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมทั้งขนาดอุตสาหกรรมและวิสาหกิจชุมชน
  • การพัฒนาและขยายตลาดอัญมณีและเครื่องประดับในระดับสากล เพื่อยกระดับความสามารถในการแข่งขัน อันประกอบไปด้วยการจัดแสดงสินค้านานาชาติ
  • การปรับปรุงและพัฒนากลไลของรัฐ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้ผู้ประกอบการและยกระดับประเทศให้เป็นศูนย์กลางทางการค้าอัญณีโลกอย่างแท้จริง เช่น มาตรการจูงใจ สิทธิทางด้านภาษีต่างๆ
  • การเพิ่มความร่วมมือกับอุตสาหกรรมสนับสนุน เช่น การท่องเที่ยว รวมถึงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้อง เช่น ยกระดับศูนย์ตรวจรับรองอัญมณีและเครื่องประดับของจังหวัด การส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาฐานข้อมูลต่างๆ ซึ่งสามารถบูรณาการร่วมกับสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ

อีกทั้งการประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่อย่างเป็นทางการ (ครม.สัญจร) ครั้งที่ 1 ประจำปีงบประมาณ 2561 ณ จังหวัดจันทบุรีและตราด เมื่อวันที่ 5 – 6 กุมภาพันธ์ 2560 ที่ผ่านมานั้นทางคณะนักวิจัยได้มีโอกาสนำเสนอร่างยุทธศาสตร์การยกระดับจันทบุรีสู่นครอัญมณีของโลก จากการเก็บข้อมูลจากการวิจัยของโครงการฯ และบูรณาการข้อมูลร่วมกันกับสมาคมผู้ค้าอัญมณีและเครื่องประดับจันทบุรี และหอการค้าจังหวัดจันทบุรีแก่คณะนายกรัฐมนตรี ซึ่งคณะนายกรัฐมนตรีได้มีมติให้ศึกษารายละเอียดเรื่องนโยบายของรัฐบาลเพิ่มเติม เพื่อให้สามารถยกระดับจังหวัดจันทบุรีสู่นครอัญมณีได้อย่างสมบูรณ์และมีประสิทธิภาพตามกรอบนโยบายของรัฐบาลที่ได้วางเอาไว้

h

ขณะนี้โครงการแนวทางการพัฒนาจังหวัดจันทบุรีไปสู่นครอัญมณีของโลก ประจำปีงบประมาณ 2560 สามารถศึกษาแนวทางยุทธศาสตร์ที่สามารถยกระดับจันทบุรีสู่นครอัญมณีได้จำนวน 5 ยุทธศาสตร์ด้วยกันตามที่ได้กล่าวไปในข้างต้นและได้เชื่อมโยงเพื่อขอรับการสนับสนุนทุนวิจัยต่อเนื่องในปีงบประมาณ 2561 จำนวน 1 แผนงานวิจัย ซึ่งประกอบไปด้วย 5 โครงการวิจัยย่อย โดยโครงการย่อยที่ 1 จะเป็นเรื่องการนำโลหะมีค่ากลับมาใช้ใหม่ โครงการย่อยที่ 2 เป็นเรื่องทรัพยากรต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น การขาดแคลนฝีมือแรงงานเจียระไนโดยมีการนำเทคโนโลยีใหม่เข้าไปทดแทนเช่น เครื่องเจียระไนเหลี่ยมพลอย โครงการย่อยที่ 3 เป็นเรื่องของการตลาด โครงการย่อยที่ 4 เป็นเรื่องการสร้างความเชื่อมั่นในตัวสินค้า และโครงการย่อยที่ 5 เป็นเรื่องการออกแบบผลิตภัณฑ์ สำหรับผลการดำเนินงานอยู่ระหว่างการเก็บข้อมูลในภาคสนามและทดลองในห้องปฏิบัติการ วิเคราะห์ข้อมูลและลงพื้นที่ เพื่อพัฒนาสินค้า/บริการใหม่ และจะดำเนินการถ่ายทอดองค์ความรู้ในขั้นตอนต่อไป

คุณชายพงษ์ นิยมกิจ อุปนายกสมาคมผู้ค้าอัญมณีและเครื่องประดับจันทบุรี และรองประธานหอการค้าจังหวัดจันทบุรีฝ่ายบริหาร กล่าวว่าในอดีตจังหวัดจันทบุรีเป็นแหล่งวัตถุดิบทางด้านอัญมณีแต่เมื่อเวลาผ่านไปทำให้วัตถุดิบเริ่มมีปริมาณลดลง ผู้ประกอบการด้านอัญมณีและเครื่องประดับในจังหวัดจันทบุรีจึงเริ่มปรับตัวจากผู้ผลิตเป็นผู้ค้าอัญมณีและเครื่องประดับซึ่งพบว่าสามารถผู้ประกอบการดังกล่าวสามารถปรับตัวได้ดี แต่ย่างไรก็ตามสิ่งที่ยังขาดคือเทคโนโลยีการผลิตเครื่องประดับที่มีคุณภาพเนื่องจากผู้ประกอบการส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบขนาดเล็กถึงขนาดกลาง จึงไม่มีงบประมาณในการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ ซึ่งมีราคาที่สูงเข้ามาใช้ได้ และยังขาดองค์ความรู้ในบางเรื่องที่จำเป็นต้องพัฒนา สาเหตุนี้เองจึงทำให้จังหวัดจันทบุรีไม่สามารถดำรงความเป็นนครอัญมณีได้อย่างสมบูรณ์ ดังนั้นในมุมมองของคุณชายพงษ์ จึงมองว่าควรยกระดับการผลิตให้ผู้ประกอบการในจังหวัดจันทบุรี เช่น สร้างคุณภาพการเจียระไนพลอยให้สูงขึ้น โดยการเจียระไนให้เสียเนื้ออัญมณีน้อยทีสุด เข้าถึงวัตถุดิบพลอยก้อนได้อย่างชำนาญ ในส่วนการตลาดยังคงมองเป็นเรื่องรอง การคงคุณภาพในด้านการผลิตและการบริหารจะทำให้เกิดความยั่งยืนและมั่นคงมากกว่า

k
จากการนำเสนอโครงการแนวทางการพัฒนาจังหวัดจันทบุรีไปสู่นครอัญมณีของโลกของคณะผู้วิจัย ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัยมีความคิดเห็นว่า นครอัญมณีเป็นเรื่องที่มีศักยภาพสูงในการสร้างให้เกิดผลกระทบในวงกว้างระดับประเทศซึ่งเป็นแนวความคิดที่ดีเยี่ยม ทั้งนี้ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัยมีข้อเสนอแนะให้เพิ่มเติมยุทธศาสตร์การวิจัยในโครงการดังกล่าว เนื่องจากเป็นเป็นโครงการอุตสาหกรรมแบบที่เน้นทักษะ และเป็นอุตสาหกรรมแบบ creative economy หากมีการเพิ่มเติมยุทธศาสตร์ดังกล่าวจะทำให้ผลการดำเนินการวิจัยสของโครงการวิจัยมีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น

j
ต่อมาคณะผู้วิจัยได้นำเสนอโครงการ “การพัฒนารูปแบบผลิตภัณฑ์เครื่องประดับและของที่ระลึกจากผลิตภัณฑ์ทางทะเล” ประจำปีงบประมาณ 2258 นำโดย ดร.สุรินทร์ อินทะยศ ผู้ร่วมโครงการวิจัย (ผู้แทน) สังกัด คณะอัญมณี มหาวิทยาลัยบูรพา วิทยาเขตจันทบุรี ผู้นำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์คือ องค์การบริหารส่วนตำบลโขมง อำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี และกลุ่มศิลปะอาชีพเครื่องประดับตำบลโขมง อำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี โดยคณะผู้วิจัยได้บรรยายว่าหอยทะเลเป็นทรัพยากรทางทะเลอีกประเภทหนึ่งที่พบได้มากมายในทะเลอ่าวไทย หอยเหล่านี้บางส่วนถูกนำมาบริโภค เปลือกหอยจะถูกทิ้ง และมีบางส่วนที่มีสีสันสวยงามจะนำมาแปรรูปเป็นของฝากของที่ระลึก และบางส่วนที่นำมาทำเครื่องประดับในรูปงานฝังมุก ทางคณะผู้วิจัยจึงเล็งเห็นว่าน่าจะนำเอาทรัพยากรเหล่านี้ที่มีอยู่อย่างมากมาย มาพัฒนาสร้างมูลค่าเพิ่มให้เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีความแปลกใหม่ บ่งบอกถึงอัตลักษณ์ของชุมชนพื้นถิ่นชายทะเล ที่เป็นผลิตภัณฑ์จากทะเลมาสร้างมูลค่าเพิ่มและพัฒนาเป็นเครื่องประดับและของที่ระลึกจากทะเลในรูปแบบใหม่ๆ เน้นการนำของที่เหลือใช้ และของที่มีใช้กันอยู่แล้วมาพัฒนาต่อยอดเพื่อลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลให้น้อยลง

j
ผลการดำเนินงานพบว่าสามารถผลิคเครื่องประดับและของที่ระลึกต้นแบบที่ผลิตจากผลิตภัณฑ์ทางทะเลที่เหลือใช้และที่มีใช้อยู่แล้ว จำนวน 28 แบบ 56 ชิ้นงาน ผู้ประกอบการที่เข้ารับการถ่ายทอดเทคโนโลยีสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับอาชีพจริงได้จำนวน 40 คน และมีรายได้จากการประกอบอาชีพเพิ่มขึ้น 10% อีกทั้งองค์การบริหารส่วนตำบล อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี ยังได้บรรจุลงในแผนแม่บทเพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินแผนงานประจำปีอีกด้วย จากการนำเสนอโครงการ “การพัฒนารูปแบบผลิตภัณฑ์เครื่องประดับและของที่ระลึกจากผลิตภัณฑ์ทางทะเล” ของคณะผู้วิจัย ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัยมีความคิดเห็นว่า การที่โครงการดังกล่าวสามารถถ่ายทอดผลการดำเนินการวิจัยไปยังวิสาหกิจชุมชนได้เป็นเรื่องที่ดี และยังก่อให้เกิดผลกระทบในด้านนโยบายอีกด้วย

jและสุดท้ายจะเป็นการนำเสนอโครงการ “การพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรมด้านการออกแบบและเทคโนโลยีการผลิตเครื่องประดับสำหรับวิสาหกิจชุมชนด้านอัญมณีและเครื่องประดับ กรณีศึกษา : จังหวัดจันทบุรี” โครงการวิจัยประจำปีงบประมาณ 2557 นำเสนอโดย นางภัทรา ศรีสุโข สังกัด คณะอัญมณีศาสตร์และประยุกต์ศิลป์ มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี ผู้นำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ คือ บริษัท ดิแอปโซลูทแซปไฟร์ คณะผู้วิจัยได้บรรยายว่าการสร้างหลักสูตรฝึกอบรมจัดทำขึ้นเพื่อพัฒนาศักยภาพของผู้ประกอบการด้านอัญมณีและเครื่องประดับในจังหวัดจันทบุรี ให้มีความรู้ทางด้านการออกแบบและการผลิตเครื่องประดับ เพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ในธุรกิจของตนเองเพื่อตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภค และกระแสแฟชั่นในยุคปัจจุบัน จนสามารถต่อยอดและพัฒนาไปสู่หลักสูตรฝึกอบรมวิชาชีพต่อไป นำไปสู่การสร้างรากฐานใหม่ของการยกระดับศักยภาพวิสาหกิจชุมชน ให้สามารถต่อยอดและพัฒนาความคิดก่อให้เกิดผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย เพื่อลดจุดอ่อนและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้แก่ ผู้ประกอบการวิสาหกิจในอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับไทยเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน

k
ผลการดำเนินโครงการวิจัยพบว่าผู้ประกอบการด้านอัญมณีและเครื่องประดับในจังหวัดจันทบุรี ที่เข้ารับการอบรบในหลักสูตรนี้เป็นระยะเวลา 2 เดือน (156 ชั่วโมง) สามารถเพิ่มความรู้ ตั้งแต่การออกแบบเครื่องประดับ เทคโนโลยีการผลิต การจัดร้าน และการทำการตลาด โดยสามารถผลิตเป็นชิ้นงาน และจำหน่ายสู่ท้องตลาดได้จนสามารถสร้างแบรนด์เป็นของตนเองได้ จากการนำเสนอโครงการ “การพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรมด้านการออกแบบและเทคโนโลยีการผลิตเครื่องประดับสำหรับวิสาหกิจชุมชนด้านอัญมณีและเครื่องประดับ กรณีศึกษา : จังหวัดจันทบุรี” ของคณะผู้วิจัย ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัยมีความคิดเห็นว่า หลักสูตรประสบผลสำเร็จด้วยตัวของหลักสูตรเอง การที่โครงการดังกล่าวสามารถถ่ายทอดผลการดำเนินการวิจัยไปยังวิสาหกิจชุมชนได้เป็นเรื่องที่ดี และยังก่อให้เกิดผลกระทบในด้านพาณิชย์อย่างสูงอีกด้วย